
วิธีบำรุงรักษาเครื่องซักผ้า ให้ใช้งานได้นาน คุ้มทุกงวดผ่อน
เครื่องซักผ้าเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานหนักที่สุดในบ้าน หากดูแลไม่ดีอาจทำให้เครื่องสั่น เสียงดัง ซักไม่สะอาด หรือเสียก่อนเวลาอันควรได้ บทความนี้รวบรวม วิธีบำรุงรักษาเครื่องซักผ้า แบบง่ายๆ ที่ช่วยยืดอายุการใช้งาน และทำให้ค่างวดที่คุณจ่ายในทุกเดือนคุ้มค่ามากที่สุด
1. อย่าใส่ผ้ามากเกินไปในแต่ละรอบ
การใส่ผ้าเกินน้ำหนักที่เครื่องรองรับทำให้มอเตอร์และชุดถังซักทำงานหนักผิดปกติ ส่งผลให้เครื่องสั่นแรง อายุการใช้งานสั้นลง และซักไม่สะอาดเท่าที่ควร แนะนำให้อ่านสเปกน้ำหนักซักของรุ่นที่ใช้อยู่ และใส่ผ้าไม่เกิน 80% ของความจุที่กำหนด
2. เลือกใช้น้ำยาซักผ้าให้เหมาะกับประเภทเครื่อง
เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าและฝาบนมีรูปแบบการหมุนและปริมาณฟองที่เหมาะสมต่างกัน การใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ฟองมากเกินไป เกิดคราบตกค้างและมีกลิ่นอับภายในถังซัก ควรเลือกน้ำยาที่ระบุว่าเหมาะสำหรับประเภทเครื่องของคุณอย่างชัดเจน
3. ทำความสะอาดถังซักเป็นประจำ
คราบผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม และสิ่งสกปรกจากเสื้อผ้าสามารถสะสมภายในถังซักได้ แนะนำให้ใช้โปรแกรมล้างถัง (Tub Clean / Drum Clean) อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดถังซักที่แนะนำ เพื่อป้องกันคราบดำและกลิ่นอับ
4. ทำความสะอาดช่องใส่น้ำยาและฟิลเตอร์
ช่องใส่น้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มมักมีคราบเหนียวสะสม หากไม่ทำความสะอาด จะทำให้การจ่ายน้ำยาออกมาไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่วนตะแกรงดักขุยผ้าหรือฟิลเตอร์ก็ควรถอดล้างเป็นประจำ เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกย้อนกลับไปเกาะที่เสื้อผ้า

5. เปิดฝาหรือประตูเครื่องทิ้งไว้ให้แห้ง
หลังซักเสร็จ ควรเปิดฝาหรือประตูเครื่องทิ้งไว้สักระยะ เพื่อให้อากาศถ่ายเทและความชื้นระเหยออก ช่วยลดโอกาสการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับในถังซัก โดยเฉพาะเครื่องแบบฝาหน้าซึ่งมักปิดสนิทแน่น
6. ตรวจสายยางและท่อน้ำทิ้งอย่างสม่ำเสมอ
สายยางน้ำเข้าและท่อน้ำทิ้งอาจเกิดการอุดตันหรือแตกรั่วได้เมื่อใช้งานไปนานๆ ควรตรวจดูว่ามีการหักพับ งอ หรือรั่วซึม หรือไม่ และมั่นใจว่าปลายท่อน้ำทิ้งวางในตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่ว น้ำไหลย้อน หรือเครื่องแจ้ง Error ระหว่างการซัก
7. ตั้งเครื่องบนพื้นเรียบแข็ง ลดการสั่นและการสึกหรอ
การวางเครื่องซักผ้าบนพื้นเอียงหรือพื้นไม่แข็งแรง ทำให้เครื่องสั่นและเกิดเสียงดังขณะปั่นหมาด ควรจัดตำแหน่งให้เครื่องอยู่บนพื้นเรียบ แข็งแรง และปรับขาเครื่องทั้งสี่ด้านให้สมดุล เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและยืดอายุการใช้งานของชุดช่วงล่างและโช้กอัพ
8. ใช้บริการตรวจเช็กจากช่างผู้เชี่ยวชาญตามรอบที่แนะนำ
แม้จะดูแลเองดีแค่ไหน การมีช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเช็กสภาพเครื่องเป็นระยะ จะช่วยตรวจเจอปัญหายิบย่อยก่อนลุกลามจนต้องซ่อมใหญ่ โดยเฉพาะผู้ใช้บริการรูปแบบที่มีทีมช่างดูแลถึงบ้าน การให้ช่างเข้าตรวจเช็กตามรอบที่กำหนด จะช่วยให้เครื่องทำงานเต็มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงเสียกลางคัน
สรุป
การบำรุงรักษาเครื่องซักผ้าอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงช่วยให้เครื่องทำงานได้ดี ซักสะอาด และปลอดกลิ่นอับ แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งาน ลดโอกาสการซ่อมใหญ่ และทำให้ทุกงวดผ่อนหรือค่าใช้จ่ายที่คุณจ่ายไปคุ้มค่ามากที่สุด


